ภูเขาพระ
          ภูเขาพระ เป็นภูเขาหินปูน ตั้งโดดเด่นอยู่ตรงกลางพื้นที่ของอำเภอพิปูน มีลักษณะกว้างประมาณ 100 เมตร และยาว 500 เมตร
มียอดสูงอยู่ตรงด้านทิศตะวันออก ภูเขาพระด้านทิศตะวันตกจะมีถ้ำอยู่มากมาย สันนิษฐานว่าเกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเลในสมัย
โบราณ และถ้ำที่สำคัญได้แก่ ถ้ำพระ ถัดขึ้นทางบนถ้ำพระ จะมีน้อยใหญ่เรียงราวอยู่ในขั้นที่สอง จากท้ายของภูเขาพระ จะมีช่องอุโมง
เดินลอดขึ้นสู่ถ้ำข้างบนได้ สิ่งศักดิ์ที่สำคัญบริเวณถ้ำพระ ได้รูปปั้นของตาปะขาว เกสิอาจารย์ที่ชาวบ้านเล่าขานถึงอภินิหาร และ
ความมหัศจรรย์ บนยอดภูเขาพระจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ข้างล่างบริเวณด้านหน้า
ภูเขาพระจะมีลานหินและลานซีเมนต์กว้างขวางที่ทางอำเภอพิปูน ได้ประกอบกิจกรรมสำคัญทางศาสนา เช่น งานทำบุญชายเขา
งานชักพระบกและนมัสการพระใหญ่ งานตักบาตรเทโวโลหนะ เป็นต้น นอกจากนี้ ทางด้านซ้ายของลานวัฒนธรรมแห่งนี้ ยังมีอาคาร
ศูนย์วัฒนธรรมของอำเภอพิปูน อยู่อีกด้วย
      
           
พระพุทธสิหิงค์มิ่งมงคล ถือเป็นพระพุทธรูปที่มีหน้าตักใหญ่ที่สุดในโลก คือ มีหน้าตักกว้าง 9.09 เมตร สูง 13.09 เมตร เป็นการสร้างในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนม์ 72 พรรษา การสร้างพระพุทธสิหิงค์ ได้สร้างขึ้นโดยการดำริของ นายราย ดำสมาน นายอำเภอพิปูน ในสมัยนั้น และได้เริ่มมีการก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2540 ในช่วงแรกที่มีการขุดฐานราก วางเสาเอกของฐานพระพุทธรูปนั้น ได้บังเกิดอัศจรรย์ขึ้นคือเจ้าหน้าที่ได้พบเศียรพระพุทธรูป
ตรงบริเวณที่ขุด ซึ่งพุทธลักษณะของเศียรพระพุทธรูปนั้นจะเหมือนกับภาพร่างของพระพุทธสิหิงส์บนแบบทุกประการ
             ปัจจุบัน เศียรพระพุทธรูปดังกล่าว ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเขาพระ ได้นำมาเก็บรักษาไว้ที่สำนักงาน ปัจจุบัน งานก่อสร้างพระพุทธรูปได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยบุคคลที่เป็นกำลังสำคัญในขณะนั้น คือ คุณนายเสมอ ป้อมพิมพ์ ภรรยาของนายอำเภอพิปูน ที่ได้ดำเนินการร่วมกับประชาชนในอำเภอและต่างจังหวัด ทำการก่อสร้างพระพุทธสิหิงค์
จนเกือบแล้วเสร็จ และพร้อม ๆกันนี้ ก็ได้สร้างทำบันไดขึ้นไปนมัสการพระพุทธสิหิงค์ ปั้นเศียรนาคเจ็ดเศียรบริเวณเชิงบันไดทางขึ้น
สะดวกสำหรับการขึ้นนมัสการและพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป
            เขาพระ ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 1 ตำบลเขาพระ ทิศเหนือจดที่ดินของประชาชน และที่ดินวัดหน้าเขา(วัดทองทำนุ) ทิศใต้จดแหล่งน้ำ คอลง หนอง บึง และที่นาของประชาชน เชิงเขาทางด้านทิศตะวันออก เป็นที่อยู่อาศัยของประชาชน ส่วนทิศตะวันตก เป็นที่ดินของวัดหน้าเขา จดทะเบียนเป็นที่ธรณีสงฆ์ สถานที่ดังกล่าว ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทำบุญประจำปีโดยมิได้ขาด ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 4 และวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 โดยประชาชนจะเรียกกันติดปากว่า “วันทำบุญชายเขาพระ” พิธีบุญที่ทำกันนั้นมีมากมายหลายอย่าง เช่นก่อและฉลองเจดีย์ทรายประดับธงทิวทั้งธงชาติและธงธรรมจักร
ตักบาตรพระสงฆ์ในตอนเช้าถวายภัตตาหารเพลมีมหรสพพื้นบ้าน เช่น หนังตะลุง มโนห์รา ฯลฯ
           พิธีบุญประเพณีดังกล่าว ชาวพิปูนมาร่วมกระทำกันโดยไม่ต้องประกาศโฆษณาชักชวนหรือนัดหมายใด ๆ
ต่อมา ทางราชการยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องช่วยเหลือในการพัฒนาสถานที่ อำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ เช่น ถนนหนทาง
เขาพระมีถ้ำ อยู่ 2 ถ้ำ
1 ถ้ำพระบริเวณชั้นล่างเชิงเขาพระ
2. ถ้ำท่านตาปะขาว มีรูปปั้นประดิษฐานไว้ เป็นที่เคารพของประชาชนโดยทั่วไป

2 ตาปะขาว           ท่านตาปะขาวศักดิ์สิทธิ์ เป็นเกจิอาจารย์ ที่ประชาชนโดยทั่วไป มีความเชื่อกันว่า จะสามารถดลบันดาลให้ได้ตามความประสงค์ โดยเฉพาะเมื่อของสูญหาย จะมีคนมาบนบานสานกล่าว บวงสรวงด้วยของต่าง ๆ ที่ท่านตาปะขาวชอบ คือ เทียนกา ชกมวย ขนมโค ปลาทู ข้าวต้ม ส่วนบางรายบนบานว่าจะนำหนังตะลุง มโนห์รา มาแสดง ก็นำมาแสดงแก้บน ณ วัดหน้าเขา
         ในปี พ.ศ. 2519 กิ่งอำเภอพิปูน ได้ยกฐานะเป็นอำเภอ นายสมพงศ์ ศรียาพันธ์ เป็นนายอำเภอคนแรกได้ริเริ่มพัฒนาเขาพระ ให้เป็นศูนย์วัฒนธรรมประจำอำเภอพิปูนโดยได้ก่อสร้างสิ่งต่าง ๆ ดังนี้
          1. ปั้นพระพุทธรูปปางต่าง ๆ
          2. ปั้นรูปท่านตาปะขาว
          3. บุกเบิกที่รกร้างเป็นที่ตั้งค่ายลูกเสือ
          4. สร้างอาคารค่ายลูกเสือ 2 หลัง
          5. สร้างธรรมาสน์หรับแสดงพระธรรมเทศนา   
           ต่อมา ปี พ.ศ. 2540 ในสมัยของ นายราย ดำสมาน นายอำเภอพิปูน ในขณะนั้น ท่านได้ดำริที่จะสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่
บนยอดภูเขาพระ ให้โดดเด่นเป็นสง่าแก่เมือง การดำเนินการก่อสร้างจึงเริ่มดำเนินการตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และมาเกือบแล้วเสร็จในสมัย
ของ นายสุดใจ ป้อมพิมพ์ นายอำเภอพิปูน(เกษียณอายุราชการและย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ที่บริเวณเชิงเขาพระ เมื่อปี พ.ศ. 2546)
โดยบุคคลหลักในการดำเนินการ คือ นางเสมอ ป้อมพิมพ์ ภรรยาของนายอำเภอ
            โครงการในอนาคตในการพัฒนาภูเขาพระ คือ จะมีการสร้างถนนเวียนรอบภูเขาพระ การบุกเบิกให้ประชาชนได้เข้าเยี่ยมชม
ถ้าต่าง ๆ บนชั้นที่สองของภูเขา การโรยเชือกจากหน้าผา การทำกระเช้าลอยฟ้าขึ้นสู่ยอดภูเขาพระ เป็นต้น
     
 
     
 
  พระพุทธสิหิงค์            ประวัดิ พระพุทธสิงหิงค์ เป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ตามตำนานกล่าวว่า พระมหากษัตริย์ลังกาโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 7๐๐ และมาอยู่ประเทศไทยในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช โดยมี พระโสณเถระ กับ พระอุตระเถระ ได้นำรูปปั้นพระพุทธสิหิงค์มาประดิษญาน ในประเทศไทย ปัจจุบันพระพุทธสิหิงค์ในประเทศไทยมีอยู่ 3 องค์ คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ และหอพระพุทธสิหิงค์ จังหวัดนครศรีธรรมราช หอพระพุทธสิหิงค์นี้เดิมเป็นหอพระประจำวังของเจ้าพระยานคร (น้อย) ซึ่งภายในหอแบ่งเป็นสองตอน ตอนหน้าเป็นที่ประดิษฐานองค์พระพุทธสิหิงค์และพระลากเงิน พระลากทอง ส่วนหอตอนหลังเป็นที่บรรจุอัฐิของสกุล ณ นคร