ตามมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2502 ให้กำหนดป่าเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช และป่าอื่นๆในท้องที่จังหวัดต่างๆรวม 14 ป่า เป็นอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้จึงได้ทำการสำรวจเบื้องต้นเกี่ยวกับสภาพพื้นที่บริเวณป่าเขาหลวง ปรากฏว่ามีสภาพป่าสมบูรณ์เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย แม้ว่าป่าเขาหลวงจะถูกวาตภัยในปี 2505 ทำให้ไม้ขนาดใหญ่ล้มโค่นถอนรากจำนวนมาก ตลอดจนมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง กรมป่าไม้จึงได้เสนอต่อคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 1/2517 เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2517 เห็นชอบในหลักการให้จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติโดยได้มีพระราชกฤษฎีกา กำหนดบริเวณที่ดินป่าเขาหลวง ในท้องที่ตำบลคอนตะโก ตำบลโมคลาน ตำบลหัวตะพาน ตำบลกะหลอ ตำบลนบพิตำ อำเภอท่าศาลา ตำบลเขาพระ ตำบลกะทูน ตำบลพิปูน ตำบลยางค้อม กิ่งอำเภอพิปูน อำเภอฉวาง ตำบลละอาย ตำบลช้างกลาง อำเภอฉวาง ตำบลท่างิ้ว อำเภอเมือง ตำบลพรหมโลก ตำบลบ้านเกาะ ตำบลอินทคีรี กิ่งอำเภอพรหมคีรี อำเภอเมือง และตำบลเขาแก้ว ตำบลท่าดี ตำบลตำโลน อำเภอลานสะกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2517 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 91 ตอนที่ 216 ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2517 นับเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 9 ของประเทศ
 
 
อุทยาน แห่งชาติเขาหลวง มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอท่าศาลา อำเภอฉวาง อำเภอเมือง อำเภอพิปูน อำเภอพรหมคีรี และอำเภอลานสะกา จังหวัดนครศรีธรรมราช สภาพป่าเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง เช่น ถ้ำ น้ำตก ยอดเขา ทิวทัศน์ต่างๆ และสัตว์ป่านานาชนิด อุทยานแห่งชาติเขาหลวง มีพื้นที่ประมาณ 567 ตารางกิโลเมตร หรือ 356,250 ไร่

ลักษณะภูมิประเทศ
สภาพพื้นที่ โดยทั่วไปครอบคลุมเทือกเขานครศรีธรรมราช ตอนกลางประกอบด้วยเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนทอดยาวจากเหนือจรดใต้ มีที่ราบตามหุบเขาเล็กน้อย ดินบนภูเขาเป็นดินที่เกิดจากการผุสลายตัวของหินแกรนิต มียอดเขาสูงสุด คือยอดเขาหลวง สูงจากระดับน้ำทะเล 1,835 เมตร เป็นต้นน้ำลำธารของลำธารหลายสาย เช่น คลองกรุงชิง คลองเขาแก้ว คลองท่าแพ และคลองละอาย เป็นต้น
ลักษณะภูมิอากาศ
ด้วยเหตุที่อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ตั้งอยู่บนคาบสมุทร จึงได้รับลมมรสุมที่พัดผ่านทะเลทั้งสองด้าน ทำให้มีฝนตกเกือบตลอดปีและมีอากาศค่อนข้างเย็น ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปี 3,500-4.000 มิลลิเมตร อุณหภูมิต่ำที่สุดประมาณ 15-17 องศงเซลเซียส ในช่วงเดือนธันวาคม และอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนเมษายน
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
เนื่องด้วยสภาพป่าเป็นเทือกเขาสูง และมีปริมาณฝนตกชุก ทำให้ปกคลุมไปด้วยป่าดงดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์เป็นส่วนใหญ่ มีบางแห่งปรากฏสภาพป่าพรุ พบพันธุ์ไม้มีค่าทางเศรษฐกิจและน่าศึกษาค้นคว้าทางวิชาการมากมาย เช่น หลุมพอ ตะเคียน จำปา พยอม มะเกลือ ส้าน ยมหอม ตาเสือ และยางชนิดต่างๆ ส่วนไม้พื้นล่างประกอบด้วย เฟิร์น พืชตระกูล ขิง ข่า หวาย และเถาวัลย์หลายชนิด
ในพื้นที่นี้มีสัตว์มากมายทั้งชนิดและปริมาณ มีความสมบูรณ์มาก แหล่งสัตว์ป่าที่ชุกชุม ส่วนใหญ่อยู่ในท้องที่อำเภอท่าศาลา โดยเฉพาะในบริเวณลุ่มน้ำคลองกรุงชิง ซึ่งเป็นที่ราบหุบเขาที่ห่างไกลความเจริญ สัตว์ที่พบบ่อย เช่น เสือโคร่ง เสือลายเมฆ หมี สมเสร็จ เลียงผา กวาง เก้ง หมูป่า ชะมด หมีขอ ลิง และนกนานาชนิด เช่น นกกาอัง นกหว้า นกเงือกดำ นกกางเขนดง เป็นต้น
       
อุทยานแห่งชาติ
หมายถึง พื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลมีทรัพยากรธรรมชาติสวยงามแปลประหลาดเป็นที่อัศจรรย์ เหมาะสำหรับการพักผ่อน มีคุณค่าทางการศึกษาหาความรู้ เช่น เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพืช สัตว์หายาก หรือมีสิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษทางด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะหรือวัฒนธรรม อุทยานแห่งชาติที่ได้มาตรฐาน นอกจากจะมีคุณสมบัติดังกล่าวแล้วจะต้องมีขนาดพื้นที่อย่างน้อย 10 ตารางกิโลเมตร บริหารงานโดยรัฐบาลกลาง (มิใช่รัฐหรือระดับจังหวัด)มีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเพียงพอที่จะสามารถป้องกันการบุกรุกได้อย่างเด็ดขาด ข้อสำคัญจะต้องอนุญาตให้ไปท่องเที่ยวได้ และจะต้องรักษาธรรมชาติให้คงสภาพดั้งเดิมอย่างมากที่สุดอุทยานแห่งชาติและวนอุทยาน เป็นคำที่มีความหมายไม่เหมือนกัน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะเข้าใจสับสนอยู่เสมอ คำว่า "วนอุทยาน" (Forest Park) หมายถึง พื้นที่ขนาดเล็ก จัดตั้งขึ้นเพื่อจุดประสงค์สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ โดยจะทำการปรับปรุง ตกแต่งสถานที่เหล่านี้ให้เหมาะสม มีความสวยงามและโดดเด่นในระดับท้องถิ่น จุดเด่นอาจจะได้แก่ น้ำตก หุบเหว หน้าผา ถ้ำ หรือ หาดทราย เป็นต้น
ประวัติความเป็นมาของอุทยานแห่งชาติ
หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ยุติลง อัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรในประเทศไทยมีมากขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เกิดความต้องการในการดำรงชีวิต เพื่อความอยู่รอดเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ เป็นเหตุให้มีการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่า เพื่อเปลี่ยนสภาพ เป็นไร่น่า และเพื่อการเพาะปลูก ประกอบกับความเจริญเติบโตทางด้านวัตถุและเทคโนโลยีก็ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เป็นผลให้มีการทำลาย ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น เช่น การตัดไม้ทำลายป่า และการล่าสัตว์อย่างไม่มีขอบเขตจำกัด ในที่สุดรัฐบาลจึงตระหนักเห็นถึง ความสำคัญของการสงวนและคุ้มครองรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้และสัตว์ป่าจึงมีการดำเนินการจัดตั้งสวนรุกขชาติ วนอุทยาน และอุทยานแห่งชาติขึ้น โดยเมื่อปี พ.ศ.2468 ได้มีการจัดตั้งป่าภูกระดึงขึ้นเป็นวนอุทยานแห่งแรก

จนกระทั่งปี พ.ศ.2502 ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ได้เดินทางไปตรวจราชการทางภาคเหนือ และ ให้ความสนใจในเรื่องการคุ้มครองรักษาทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะป่าไม้ จึงได้เสนอคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยดำเนินการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ
ต่อมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พิจารณากำหนด โครงการที่จะจัดพื้นที่ป่าให้เป็นอุทยานแห่งชาติจำนวน 14 แห่ง เสนอเรื่อ ไปยังคณะรัฐมนตรีให้มีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติไว้ได้ ดังนี้
1. ขอการจัดสรรที่ดินในบริเวณป่ารวม 14 แห่ง เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ
2. ให้กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการประกาศเขตหวงห้ามในบริเวณป่า รวม 4 แห่งเพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ คือ
ป่าเทือกเขาสลอบ ป่าเขาใหญ่ ป่าทุ่งแสลงหลวง ป่าดอยอินทนนท์
3. ขอกำหนดป่าที่จัดตั้ง เป็นอุทยานแห่งชาติตามข้อ 1 ให้เป็นป่าสงวนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและสงวนสัตว์ป่า
เว้นแต่ป่าภูกระดึง จังหวัดเลย ซึ่งได้กำหนดให้เป็นป่าสงวนไว้แล้ว

วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2502 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้มีประกาศพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ขึ้นโดยมี วัตถุประสงค์ เพื่อคุ้มครองรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ และในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ยังได้กำหนดให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ อุทยานแห่งชาติ การขยายหรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติ รวมตลอดถึงการคุ้มครองและการดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติ

และเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2532 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504เพื่อระวังไม่ให้มีการทำไม้ออกจากป่าและเร่งรัดฟื้นฟูสภาพป่าไม้ พร้อมทั้ง ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในอันที่จะยับยั้งในการที่จะทำไม้ออกจากป่า รวมทั้งการสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัมปทานและการสิ้นสุด สัมปทานในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เป็นเหตุให้มีการดำเนินการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติจากป่าสงวนแห่งชาตินั้นๆ